
และแล้วก็ถึงเวลา......เดินทางมายังที่พักของพวกเรา ที่ @ ปราณ เย้ เย้
.....แวบแรกที่เห็นที่พักของเรา ก็อดรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจไม่ได้ว่า เรานี่หนอช่างโชคดีเสียนี่กระไร ที่เราได้มีโอกาสมาพักยังสถานที่ๆแสนจะสวยงามดูดีและมีสไตล์แห่งนี้ ถึงแม้ตัวอาคารแต่ละหลังจะสร้างด้วยโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน แต่ทุกๆห้อง ล้วนแล้วแต่มีลักษณะเฉพาะตัว รวมไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยที่สามารถสื่อได้ถึงความตั้งใจของเจ้าของรีสอร์ท ได้เป็นอย่างดี (ต้องยกเครดิตให้ทั้งพี่โป้งและพี่เบธ สาวก RFC เช่นเดียวกัน ที่เป็นทั้งเจ้าของ ผู้ดูแล และผู้ออกแบบรีสอร์ทที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวโดดเด่นแห่งนี้)
ลักษณะเด่นข้อหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของเราได้ชะงัดก็คือ การที่แต่ละห้องจะมีสีหลักเป็นของตัวเอง อย่างเช่นห้องที่โรสพักสีหลักคือสีฟ้านมๆ ห้องที่น้อยหน่าพักเป็นสีเขียวมะนาว

(ตอนนี้พี่เบธกะพี่โป้งกำลังออกแบบห้องใหม่อีกสี่ห้อง น้อยหน่าก็เลยว่าจะยุให้พี่โป้งทาสีม่วง แต่อันนี้น้อยหน่าไม่รับรองนะคะว่าห้องนี้จะมีคนมานอนบ้างหรือเปล่า..... แหม ก็เผื่อว่าจะเอาไว้รองรับแขกเฉพาะกลุ่ม เปิดตลาดเพื่อทางเลือกที่สามไงคะพี่โป้ง สนมะ......... คริ คริ)





หลังจากที่เห็นอาการตื้นตันของพวกเราที่มีต่อห้องพักของตัวเองอย่างออกหน้าออกตาจนเป็นที่พึงพอใจแล้ว
พี่เบธที่รักหนึ่งในเจ้าของรีสอร์ท จึงเดินมาแนะนำรายละเอียดของห้องพักทีละห้อง ว่าทีเด็ดของห้องทุกห้องอยู่ที่ห้องน้ำ
เพราะแต่ละห้องน้ำของแต่ละห้องนอกจากจะออกแบบเป็นเอกลัษณ์พาะแค่ห้องๆนั้นแล้ว พี่ๆทั้งสองเค้ายังไม่พอใจ.... เพราะพี่ๆเค้ายังเพิ่มรายละเอียดเพื่อสร้างเอกลักษณ์ประจำห้องน้ำของห้องนั้นๆอีกด้วย
แล้วความอิจฉาทั้งหมดของเราก็ไปตกอยู่ที่ห้องของม้อดกะแจน ที่มีน้ำตกอยู่ในห้องน้ำจนทำให้เราอดตะลึงอึ้งทึ่งเสียวในไอเดียการออกแบบห้องน้ำประจำห้องนี้ไม่ได้ เห็นดังนั้นแล้ว พี่เบธอมยิ้มภูมิใจและพูดด้วยเสียงเรียบๆสำทับมาอีกระลอกว่า
“อ๋อ ที่มีน้ำตกน่ะ เพราะว่าจะเอาเสียงน้ำตกมากลบเสียงเวลาที่เรา อึอึ๊ไง” ....... โห หมดเลยพี่ ไอ้ความตะลึงตะลานอลังการในใจของเรา หายวับไปกับแรงบันดาลใจในการออกแบบห้องน้ำพร้อมน้ำตก อย่างไรก็ดี เราก็ยังเอาไว้คุยให้คนอื่นฟังได้ว่า ทริปนี้แสนคุ้ม เพราะเป็นการไปเที่ยวที่ได้เที่ยวทั้งทะเล และทั้งน้ำตกในเวลาเดียวกัน แค่เราละเอาไว้ว่าน้ำตกที่เราไปนั้น อยู่ในห้องน้ำนี่เอง วะ ฮ่า ฮ๋า
......โอ้ว่าชะตากรรมเหมือนเล่นตลกกับม้อด......เพราะกระทั่งเราทุกคน หรือม้อดเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยแม้สักนิดว่าน้ำตกที่เราแสนจะภูมิใจกันในวันแรกนั้น จะกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้ทุกคนอดเอามาล้อม้อดเวลานึกครึ้มๆขึ้นมาไม่ได้.......แล้วความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยในอีกไม่ช้า อดใจรออีกนิด......

พอถ่ายรูปเสร็จ มหกรรมการเล่น Wii แห่งทริปปราณก็ได้เริ่มเปิดฉากอย่างแท้จริง โดยท่านแม่ทัพของเรา และตามด้วยสมุนที่ฝักใฝ่การประลองฝีมือวี
ในตอนนั้นเอง น้อยหน่าก็ได้ยินคนเปรยด้วยความเศร้าใจว่าอยากเล่นออดิชั่นมาก
เราเองก็เลยพลอยเป็นห่วงว่าแล้วเค้าจะสนุกไม๊ เพราะเห็นบ่นออกมาอย่างนั้น
แต่เอาเข้าจริงแล้วดูเหมือนว่าที่เอ้อบ่นจะไม่ได้ยืนยันความจำใจของเอ้อ ที่ต้องลดตัวลงมาเล่นวีเลยนะ เนื่องจากลูกเสิร์ฟเอซสองทีซ้อนของเอ้อ ยังคงประทับอยู่ในความทรงจะของน้อยหน่า
อย่างยากจะลืมเลือนเลยทีเดียว
....... ก็เข้าใจ เอ้อคงเล่นด้วยความคับแค้น ก็เข้าใจ
แต่ทำไมต้องตีลูกแรงใส่เค้าด้วยง่า งิ๊ด งิ๊ด





หลังจากที่เราเพลิดเพลินไปกับห้องพักของตัวเองกันพอสมควรแล้ว ทุกคนก็เหมือนฝูงมดแตกรัง เพราะต่างคนต่างออกเดินสำรวจรอบๆบริเวณอย่างเอาจริงเอาจัง ภาพที่เราเห็นกันก็คือครอบครัวหมูของเรา แม่หมูจูงลูกทั้งสองเดินลงไปตรงชายทะเลพร้อมกับต้อมและโรส พี่ออฟและพี่โป้งก็นั่งจับกลุ่มสนมนาธรรมกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนที่เหลือพักผ่อนตามอัธยาศัย.......
อย่างไรก็ดี เมื่อได้ละความสนใจที่มีเพื่อมาเช็คสถานะของ
เพื่อนร่วมทริปที่เหลือเป็นระยะๆ น้อยหน่าว่าสมาชิกทุกคนในทริปต่างน่าจะเห็นพ้องต้องกัน
เงียบๆในใจว่าเราอดจะเป็นห่วงแจนไม่ได้
เมื่อเห็นว่าแจน สมาชิกหน้าเก่าในบอร์ด แต่หน้าใหม่แกะกล่องที่เราเองยังไม่เคยได้ใช้เวลาร่วมกันมาก่อน (ไม่แม้กระทั่งได้เจอหน้าค่าตากันมาแม้สักครั้งเดียวก็ตาม) ตั้งหน้าตั้งตาคุยโทรศัพท์อย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าหรือแจนจะเห็นทริปน
ี้เป็นเพียงการมาพักเพื่อเปลี่ยนที่คุยโทรศัพท์ (อันที่จริง เราทุกคนเริ่มสังเกตเห็นว่าแจนคุยโทรศัพท์เป็นระยะๆ
ตั้งแต่ตอนกินข้าวมื้อแรกแล้ว นะแจนนะ)
......แต่แล้วระฆังก็มาช่วยชีวิตกู้สถานการ์ณเอาไว้ได้......
โล่งอกไปที....... เพราะพี่ออฟก็ได้สวมวิญญาณโหดบีบบังคับให้ทุกคนมารวมตัวกัน รวมไปถึงยังสั่งให้คนที่แต่งตัวผิดระเบียบ ใส่เสื้อแปลกแยกจากข้อตกลงที่เรามีร่วมกันว่าจะใส่เสื้อแควนขับกัน
ในทริปวันแรก ต้องวิ่งไปใส่เสื้อ
แควนขับเพื่อมาถ่ายรูปหมูร่วมกัน ณ สถานที่พักของเรา
(พี่ออฟ บอกตรงๆนะคะว่า
ตอนแรกน้อยหน่าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ออฟ
ต้องกระเหี้ยนกระหือรืออยากถ่ายรูปหมูมากอย่างนี้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อได้เห็นผลของรูปที่ได้แปรเป็นคุณค่าทางความรู้สึก
ทุกครั้งที่ได้เห็นแล้ว น้อยหน่าต้องบอกจากใจจริงๆตรงนี้เลยค่ะว่า ขอบคุณพี่ออฟจริงๆ และสิ่งที่พีออฟทำ มันได้เข้าไปประทับอยู่ตรงที่ว่างด้านซ้ายของหน้าอก ที่เขาเรียกง่ายๆว่าหัวใจ ของทุกคนไปแล้วค่ะ ---- โอ้ แอบซึ้ง)

รูปอีกมากมาย คลิกลิงค์เลยจ้า
จุดเริ่มต้น ของการเดินทาง
มื้อเที่ยงที่ชะอำ ที่ร้านชายเลซีฟู้ด
เที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
และแล้วก็มาถึง @Pran

เห็นท่าว่าจะไม่ดีดังนี้แล้วจึงถามพี่เบธว่าจะให้ช่วยแบ่งเบางานครัวอะไรได้หรือไม่ (นี่ กล้ามาก
เพราะมาตระหนักทีหลังว่าทั้งน้อยหน่าและแจนนั้น มีทักษะด้านการทำครัวน้อยมาก หนำซ้ำความรู้ที่มีน้อยนิดนี้
ี้กลับเป็นอันตรายอีกด้วย)
ความลังเลไม่เชื่อใจว่าเราจะสามารถทำครัวได้ได้ฉายผ่านออกมา ทางดวงตาของพี่เบธอย่างไม่อาจปิดบังได้ เหมือนว่าพี่เบธจะรู้อยู่ลึกๆว่า ถ้าได้รับการช่วยเหลือจากพวกเราแล้ว เราอาจจะไม่เหลือแม้แต่ครัวเพื่อเก็บเอาไว้ให้ทำอาหารอีกเลย
อย่ากระนั้นเลย....พี่เบธเลยแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยการให้เราสองคน
ไปจุดเตาบาร์บีคิวเพื่อเตรียมปิ้งย่างสำหรับเย็นนี้
แหม... มันช่างเป็นงานที่เหมาะกันคนลำหักลำโค่นอย่างเราสองคนมากทีเดียว
โอ๊ะ...โอ หน้านี้ชักจะยาวววว ... ไปต่อความฮาของมื้อ BBQ หน้า่ต่อไป เลยจ้า
ในระหว่างที่หลายๆคนกำลังเล่นวีและพักผ่อนอยู่นั้น เราเองก็ได้ชักชวนแจนให้ไปร่วมทักทายลูกรักของเจ้าของรีสอร์ท
เพื่อเป็นสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของทุกคนของ@ ปราณโดยทั่วถึง ว่าแล้วเราสองคนเลยเดินไปยังบ้านพักของเจ้าของรีสอร์ท .....และที่นั่น เราเห็นร่างกลมๆ สันฐานคล้ายลูกขนุนย่อมๆ ต่อขา เห่าอย่างลิงโลดเมื่อเห็นว่ามีเหยื่อหน้าใหม่เดินเข้าไปใกล้ ...สงสัยกันล่ะสิ ว่าลูกของพี่เบธที่น้อยหน่ากำลังพูดถึงคือใคร ......
เค้าชื่อ ปัน ปัน ค่ะ ปันปันเป็นสุนัขพันธ์ ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์วัยเกือบขวบที่ออกจะอวบล้ำหน้าหมา
ในวัยเดียวกันไปสักนิด นอกจากนี้ปันปันยังเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง
และความเริงร่าที่พร้อมจะแบ่งปันความรักในวูบแรกที่มีต่อทุกๆคน
ด้วยพละกำลังที่มหาศาลอยู่อย่างสม่ำเสมอ
โดยปันปันจะแสดงออกทางความรักที่มีต่อคนแปลกหน้า
และหน้าแปลกทุกคนด้วยการปรี่มากระโดดเข้าใส่
โดยไม่บันยะบันยัง พร้อมทั้งเลียหัวและหูของเหยื่ออย่างสนุกสนาน
คล้ายๆต้องการจะสื่อถึงความจริงใจ
ที่อยากจะต้อนรับขับสู้ผ่านทางน้ำลายอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นดังนั้นว่ามีเหยื่อเข้ามาเล่นกันปัน
พี่เบธที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมข้าวผัดสำหรับบาร์บีคิวมื้อเย็น
ก็วางมือแล้วเดินมาใกล้ๆพร้อมพูดปลอบใจ และห้ามปรามว่า
“ปัน ปัน พอได้แล้ว ไม่เป็นไรนะน้อยหน่า มันจะดีใจแค่วูบเดียวแหละ เดี๋ยวก็เลิกไปเอง” แต่เอ่อ พี่เบธคะ นี่น้อยหน่ากำลังโดนปันงาบแขนและงั่มย้ำเขี้ยวเบาๆอยู่อย่างต่อเนื่อง
โดยไม่มีทีท่าว่าจะเลิกโดยง่ายเลยนะคะ
ยิ่งพอมีแจนมาด้วยอีกคนปันยิ่งยินดีตีลังกาไปกันใหญ่
กระโดดขึ้นลงอยู่อย่างตลอดเวลาจนเราแอบนึกในใจไม่ได้ว่า ชาติที่แล้วปันอาจจะเคยเกิดเป็นจิงโจ้มาก่อน



