ชานชรา

Login จ้า.... (ยังไม่เปิดบริการ)

ชื่อ
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน



และแล้วก็ถึงช่วงเวลาของการเล่นเกมละจ้า ... แต่ว่ารูปในช่วงนี้ม่ายมี เพราะทุกคนตั้งหน้าตั้งตาชิงรางวัลกันสุดฤทธิ์
ยังไงก็ขอแปะรูปบรรยากาศของมื้อเย็นไปด้วยนะคะ

เมื่อต้อนสมาชิกให้มาอยู่รวมกันได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว พี่ออฟก็เข้ามาเบรกความชิลด์เอาท์ของเราด้วยการเล่นเกม แน่นอนว่า
เมื่อเรากำลังกินอยู่นั้นเรื่องจะให้รามือจากของกินคงจะเป็นเรื่องยาก พี่ออฟเลยต้องเอาของรางวัลเข้าล่อ .....โอ้ พระเจ้าม้อด มันยอดมาก! ....ทุกคนหูตั้ง หางกระดิก ทำตาใส กระตือรือร้นอยากเล่นขึ้นมาทันที นี่แหละ.....นิสัยชาว RFC อย่างแท้จริง ไม่เห็นแก่สินบน อามิสสินจ้าง
หรือของรางวัลสักเท่าไรเลยเนอะ

เกมของเรา ประเดิมด้วยเกมวัดดวง เพื่อชิงของรางวัลจากพี่โป้ง พูดถึงของรางวัลชิ้นแรกนี้เป็นของรางวัลที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา
เพราะของที่พี่โป้งเตรียมเอาไว้เพื่อผู้ชนะเกมนี้คือรูปเหมือนของโรส วาดด้วยสีน้ำมันขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
แค่เพียงเล่นรอบแรกรอบเดียวเกมนี้ก็สามารถตัดคนออกไปจากเกมได้กว่าครึ่ง
เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีที่เราอาจจะได้ผู้ชนะเร็วเกินไปเนื่องจากผู้ร่วมเล่นเกมตกรอบโดนคัดออกไปเพียงเพราะคำถามแรกคำถามเดียว
พี่ออฟจึงคั่นเกมเอาไว้ด้วย เกมที่สอง........

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บิงโก.......คราวนี้เป็นของรางวัลจากพี่ออฟที่เจ้าตัวโฆษณาว่า
เป็นของรางวัลที่ใครๆต้องอยากได้ แต่เนื่องจากบิงโกที่เราเล่น
เป็นบิงโกขานชื่อสมาชิกทริป ช่องบิงโกของเราเลยมีเพียง 16
ช่องตามจำนวนผู้เข้าร่วมทริปที่มีจำกัด
ก็เลยทำให้เกมสั้นถึงสั้นมาก นี่ขนาดว่าให้หาบิงโกให้ได้ 3 แนวซ้อนแล้ว ยังมีผู้เข้ารอบถึงสามคนทีเดียว ได้แก่ ต้อม แจน
และน้อยหน่า
โอ้ สมาชิกสายแข็งต้องมาห้ำหั่นกันเองซะแล้วหรือนี่ โดยกติการอบสุดท้ายเพื่อชิงรางวัลจากพี่ออฟนั้น
ไม่ยากแต่ก็ไม่หมู
เพราะทุกคนจะต้องผลัดกันร้องเพลงประจำตัวของโรส
โดยห้ามไม่ให้เนื้อผิดเลยแม้แต่น้อย (คือ
เราก็ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจได้ว่า ถึงจะร้องเสียงหลงยังไง
แค่ให้เนื้อเพลงถูกเป็นอันใช้ได้)

อ่ะนะ น้อยหน่าก็ตุ๊มๆต่อมๆอยู่ในใจ
เพราะถ้าให้ร้องกันแบบธรรมดา
ก็พอร้องได้จนจบโดยไม่มีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้น แต่นี่
เมื่อต้องมาร้องสลับกัน
ไอ้ความจำที่มีในการร้องเพลงก็เลยจะพาลตกหล่นไปกับหัวใจ
ที่เต้นตุ๊มๆต่อมๆ

...... แต่แล้ว เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะคอมฯแฮงค์ไปเสียก่อน
วู้ว วู้ว.......ดีใจเพราะไม่ต้องมาเสียผู้เสียคนกันไปเสียก่อน......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่ออฟเลยเบรกเอาไว้ด้วยเกมที่สามของเรา ได้แก่
แฟนพันธ์แท้ศิรินทิพย์ เพื่อชิงของรางวัลจากพี่นุช
เป็นนาฬิกาที่มีรูปโรส แน่นอนว่าจะเป็นนาฬิกาเรือนเดียวในโลก
ที่จะไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร ทุกคนถูกเรียก
ให้มาอยู่รวมกันตรงกลาง แล้วล้อมกันเป็นวงกลม

กติกาก็คือ ให้ทุกคนผลัดกันพูดชื่อเพลงทุกเพลงที่โรสเคยร้อง
และบันทึกเสียงออกมาวางขายตามท้องตลาด
ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอันมากเนื่องจากแม้ว่าสมาชิกทริปน
ี้จะมีไม่มาก แต่เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วก็สามารถ
ทำเพลงของโรสที่มีไม่น้อยกลับเหลือน้อยลงไปถนัดใจ
สุดท้ายก็เหลือผู้ท้าชิงอยู่เพียงสองคน ได้แก่ พี่หมู
ที่มีแบ็คอัพเป็นลูกหมูทั้งสอง และต้อม อีกฝั่งหนึ่งคือเอ้อ
ที่มีมือถือเป็นคลังข้อมูล เพื่อที่จะหาเพลงสามเพลงสุดท้าย
ที่เหลืออยู่ และแล้ว ผู้ชนะได้แก่ เอ้อนั่นเอง

...........ง่า อิจฉาอ่ะ.........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ของขวัญพี่นุช

หลังจากนั้น เมื่อของรางวัลชิ้นแรกเผยโฉมออกมาให้ได้ยลก่อกิเลสกันแล้ว
ศึกการเล่นเกมชิงของรางวัลอย่างจริงจังก็ได้เปิดฉากอย่างแท้จริง ..... พี่ออฟจึงวนกลับมาที่เกมวัดดวงอีกครั้ง
เพราะดูท่าแล้ว เหมือนว่าทุกคนครั่นเนื้อครั่นตัวอยากได้ของรางวัลชิ้นของพี่โป้งกันเต็มที สุดท้าย
เราเหลือผู้ที่มีดวงฝ่าฟันกันมาจนถึงรอบสุดท้ายน่าจะเป็นใครซักคน กับพี่เบธนี่แหละ
(คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะไม่ต้อมก็แจนนี่แหละ) แต่ปรากฏว่า เราลงความเห็นว่า
เราจะยกของรางวัลชิ้นนี้ให้กับหลานๆไป .....คือตอนนั้น
ยังไม่มีใครเห็นหน้าค่าตาของรางวัลกันเลยแม้แต่คนเดียว เราจึงยอมปลงใจกันได้โดยง่าย
.........แต่เมื่อได้เห็นของรางวัลแล้ว น้อยหน่ารู้ดีว่า อย่างน้อยก็มีน้อยหน่าคนนึงแหละ ที่เกิดอยากได้ขึ้นมากๆ
จนไม่อาจละให้หลานไปได้.........งือออออ ก็เค้าอยากได้นี่นา.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ในระหว่างที่เราเล่นเกมกันอยู่นั้น ดูเหมือนว่าโรสจะเป็นคนๆเดียวที่โดนกีดกันออกไปจากวง เพราะไม่ว่าเกมไหนๆที่เราคิดกันมานั้น
หากคนๆนี้ได้เล่นแล้ว เราทุกคนคงจะต้องยอมมอบของรางวัลให้ไปตั้งแต่แกมยังไม่ทันเริ่มแน่ๆ
เพราะคงไม่มีใครรู้เรื่องโรสดีไปกว่าตัวของโรสเป็นแน่ ......ใช่ไหมจ๊ะ แต่ถ้าทริปนี้เวลานานกว่านี้
ไม่แน่ที่อาจจะเป็นพวกเราที่รู้เรื่องโรสดีกว่าโรสก็ได้ วะ ฮ่า ฮ่า เริ่มกลัวหรือยังล่ะโรส ฮ่า ฮ่า

 

 

 

 

 

 

จะร้องเพลงให้โรสฟังจริงๆเหรอ


หลังจากที่พวกเราดูรำส่ำระสายเพราะการอยากครอบครองของรางวัล พี่ออฟจึงได้เบนความสนใจของทุกคนไปสู่การร้องเพลงแทน แต่แล้วก็เกิดมีการศึกช่วงชิงไมค์กันเกิดขึ้น เพราะเป็นที่รู้กันว่า มีข้อตงลกเรื่องหนึ่งก่อนที่เราจะไปเที่ยวกันในครั้งนี้ว่า ไปปราณคราวนี้โรสไม่ต้องเหนื่อยร้องเพลงเลยแม้แต่เพลงเดียว เพราะทุกๆคนจะต้องร้องเพลงอย่างน้อยหนึ่งเพลงให้โรสฟัง .....


........แต่ก่อนอื่น ขอถามก่อนนิดนึงนะคะว่า

ใครเป็นคนคิดกิจกรรมนี้ขึ้นมาคะ เพราะแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์
์และเป็นการแบ่งเบาภาระของนักร้องน้องรัก แต่ทำม๊าย ทำไมคะ
ทำไมต้องร้องเพลงด้วย ...... ไม่ว่าใครคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม
หากว่าท่านได้มีโอกาสอ่านมาถึงตอนนี้ ขอบอกเอาไว้ให้รู้กันไปเลย
ณ ที่นี้นะคะ ว่ามันเป็นกิจกรรมที่นำมาซึ่งความหนักใจ
แก่บรรดาสมาชิกผู้ร่วมทริปทั้งหลายกันมากทีเดียว

 

 

แต่โรสก็ปลอบใจตัวเองที่ไม่ได้เล่นเกมด้วยการย่างมาชแมโลว (Marshmallow) กินอย่างเพลิดเพลิน คือ พอเมื่ออันนึงหมด ก็ค่อยๆเดินเอาอันใหม่ไปนั่งยองๆย่างอยู่ข้างๆเตา พอเมื่อมาชแมโลวย่างดูเหลืองน่ากินแล้ว ก็จะเดินเอากลับมายืนกินดูพวกเราเล่นเกม หรือเอามาป้อนหลานๆ หรือเพื่อนๆ เพื่อให้ได้พิสูจน์ความอร่อยของขนมชนิดนี้กันโดยทั่วถึง (ในใจก็ร้องทันทีว่า “กริ๊ด.......โรสทำขนมให้กินด้วยอ่ะ
กริ๊ด กริ๊ด”)

หลักการในการทำมาชแมโลวย่างที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้สันทัดกรณีผู้คร่ำหวอดในวงการกินมานาน อย่างคุณศิรินทิพย์ หาญฯ มีดังนี้
(โปรดทราบว่า ในขณะที่โรสกำลังบรรยายวิชาว่าด้วยการย่างมาชแมโลวให้อร่อยและน่ากินนั้น นักร้องของ เรากำลังนั่งยองๆอยู่หน้าเตา
โดยมือหนึ่งถือส้อมที่ตรงปลายมีมาชแมโลวเสียบอยู่สอดเข้าไปในเตา พูดพร้อมไปกับย่างมาชแมโลวไปด้วย)

วิธีการก็คือ ก่อนอื่น เราต้องหามาชแมโลวอย่างดีเพื่อนำมย่าง พร้อมส้อม (ใครใคร่ใช้อุปกรณ์อื่นใดก็ได้ตามสะดวก แต่ถ้าเป็นส้อมจะสะดวกมาก)
เมื่อเตรียมพร้อมแล้วก็ยื่นมาชแมโลวเข้าไปอังตรงใกล้ๆไฟ ให้คอยจับตาดูมาชแมโลวเอาไว้ มือก็ต้องค่อยๆหมุนส้อมช้าๆอย่างบรรจง
เพื่อทำให้มาชแมโลวสุกโดยทั่วกัน จนเมื่อสังเกตเห็นว่ามาชแมโลวพองและสีออกเหลืองอมน้ำตาล นั่นแหละใช้ได้ มาชแมโลวที่ได้ เมื่อกัดคำแรกแล้ว
จะสัมผัสได้เลยว่าผิวด้านนอกของมาชแมโลวจะกรอบนิดๆ และข้างในจะค่อยๆเยิ้มออกมาตามแรงที่กัดไป
ซึ่งมันเป็นเสน่ห์ของขนมชนิดนี้ที่เสริมความอร่อยให้กับมาชแมโลวย่างขึ้นได้อีกมาก

............และแล้ว มาชแมโลวย่างก็ได้เข้ามานั่งกลางใจของเราไปแล้ว แม้กระทั่งแจนที่บ่นว่าหวาน ก็ยังกินอย่างน้อยสามอัน
และแอบจำชื่อมาชแมโลวเผื่อเอาไว้ซื้อกินเองอีกด้วย..........

 

 

 

 

 

 

ยกตัวอย่างง่ายๆ บนรถที่คันที่น้อยหน่านั่งมา อันประกอบด้วย ม้อด แจน และน้อยหน่า (ดังที่ได้เล่าให้ฟังไปก่อนหน้านี้แล้ว) ทุกคนต่างตื่นเต้น
ระคนกังวลในใจเรื่องร้องเพลงกันอย่างมาก ถึงกับใช้เวลาถกกันถึงรายละเอียดของกิจกรรมนี้กันเป็นเวลานาน ซึ่งส่วนมาที่เราคุยกันนั้น
มักจะช่วยกันวาดภาพความหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเราได้ทำการสังหารหมู่ชาวคณะทริปด้วยการเขย่าลูกคออันแสนโหยหวนของเรา
ให้ทุกคนได้ฟัง เพราะในทุกๆวันนี้ แค่ร้องเพลงให้ตัวเองฟังนั้น เมื่อฟังแล้วยังรู้สึกกระอักกระอ่วนเองเลย

รายที่ดูจะเป็นเอามาก น่าจะเป็นแจน เพราะแจนไม่เคยเจอใครมาก่อนหนึ่ง และยังต้องมาร้องเพลงให้ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบฟังกันสดๆอีกหนึ่ง
ตื่นเต้นก็อีกหนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอ แจนยังกังวลเรื่องเสียงของตัวเองที่ใครๆอาจจะมองว่าขัดแย้งกับภาพของแจนที่เราเห็นกันอีกหนึ่ง

(ขยายความนิดนึง เนื่องจากว่า เมื่อมองแจนจากภายนอกครั้งแรก ทำให้เราคิดไปได้ว่าแจนอาจจะทำงานสายการบิน
หรือประชาสัมพันธ์ เพราะแจนดูดี และดูน่าเอ็นดูมาก แต่เมื่อแจนพูด .......ชักไม่แน่ใจ .....กระเทยรึเปล่าเนี่ยะ
เพราะแจนเสียงห้าวและต่ำมากจนใครๆในทริปต่างแซวว่า มีแจนนี่แหละที่เสียงพอจะสูสีกะพี่นุชได้ .... แจน
เรื่องที่แจนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วมาฟอร์มว่าเป็นผู้หญิงน่ะ คนในบอร์ดเค้ารู้กันหมดแล้วนะ ไม่ต้องเสียแรงซ่อนเอาไว้อีกแล้ว
หลังจากนี้เปิดเผยตัวเองได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเป็นห่วง คริ คริ)

มื้อเย็นนี้มันช่างยาวไกล ไปต่อกัน เร้ย