ชานชรา

Login จ้า.... (ยังไม่เปิดบริการ)

ชื่อ
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน



ช่วงเวลาแห่งความมันส์ มันทวีคูณ ขึ้นแล้วจ้า ทุกคนที่มาตัวเริ่มเกรียม กำลังน่ากินเลย บางคนนี่ถึงขั้นไหม้
เอ้า ... ขอถังดับเพลิงเตรียมไว้ได้เลย ว่ะฮ่ะฮ่า .....

แจนก็จะนั่งพร่ำพะวงเรื่องร้องเพลงอยู่เป็นระยะๆ โดยการบ่นกระปอดกระแปดว่าร้องเพลงแล้วจะเป็นยังไงบ้าง เปลี่ยนเป็นเต้นแทนได้ไม๊
ทุกคนจะทนเสียงเราได้เหรอ ฯลฯ แล้วก็หันไปหาม้อดที่กำลังมุมานะขับรถปาดซ้ายป่ายขวาอยู่อย่างเข้าด้ายเข้าเข็มว่าม้อดจะร้องเพลงอะไร
ยังไง ....... แต่เมื่อไม่ได้ความร่วมมืออะไรจากม้อด ก็หันกลับมานั่งครุ่นคิดเรื่องร้องเพลงโดยลำพังต่อไป .....
จนน้อยหน่าอยากให้ใครก็ตามที่เป็นคนต้นคิด เรื่องร้องเพลง ได้มาเห็นหน้าแจนเวลานี้จริงๆเลยทีเดียวเชียว เผื่อว่าจะใจอ่อนขึ้นมาบ้าง

 

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่จู่ๆ ความสนใจทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่บนเวทีโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อโรสก้าวขึ้นเวทีไปคว้าไมค์
แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาที่โรสจะร้องเพลงให้ทุกคนได้ฟังกันแล้ว”
ว่าแล้ว โรสก็เริ่มร้องเพลงแรกของวันนั้นประเดิมทันที...........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ ทู ยู......................” และแล้ว ก็มีเค็กช็อกโกแล็ตก้อนใหญ่
ค่อยๆถูกยกเข้ามา อ่านใจความบนหน้าเค็กได้ว่าเจ้าของเค็กได้แก่

ต้อม และ ต้อง ที่เกิดต้นเดือนนี้ (ห่างกันแค่หนึ่งวันเท่านั้น) ตามลำดับ
ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งสองดูจะประหลาดใจมาก เพราะไม่มีพิรุธใดๆเผยออกมาเพื่อให้จับได้เลย
เราทุกคนจึงได้สร้างความประทับใจร่วมกันที่การมาเที่ยวคราวนี้.....
เราได้แสดงความยินดีต่อสมาชิกที่รักทั้งสองเนื่องในโอกาสดีๆอย่างนี้ด้วยกัน
แม้ว่าจะยังไม่ใช่วันคล้ายวันเกิดจริงๆ แต่บอกได้เลยว่าไม่ว่าการเฉลิมฉลองจะมีขึ้นเมื่อไหร่
หรือที่ใดก็ตาม หากเกิดด้วยความรู้สึกรักและปราถนาดีต่อเจ้าของวันเกิด
อย่างแท้จริงแล้วย่อมจะก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆลอยอบอวลอยู่ทั้งในใจของผู้จัดงาน
และเจ้าของวันเกิดเป็นแน่แท้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นักร้องของเรา เมื่อเห็นไมค์อยู่ในมือ ก็สำทับด้วยคำอวยพรทันที
จับใจความได้ดังนี้ ว่า
“ก็ขอให้ต้อม และต้อง มีความสุขมากๆ และเป็นคนดี
ของสังคมต่อไป...”

อารมณ์ที่เลี้ยงกันมาเพื่อให้ซึ้งได้อย่างที่เป็นอยู่ในเวลานั้น
โดนเบรกนิดหน่อยด้วยคำอวยพรที่เมื่อได้ฟังก็พลอยให้ได้
หันขวับกลับไปมองหน้าคนอวยพรว่าอยู่รุ่นไหนกันแน่
โรส ไอ้ที่บอกใครๆว่าเพิ่งครบสองรอบน่ะ
สองรอบแซยิดเหรอหนู อวยพรคนอื่นซะอย่างกะเรา
อยู่รุ่นลายคราม ถ้าเป็นพี่หมูหรือพี่เปิ้ลอวยพร
อย่างนี้ก็ว่าไปอย่าง.......เอ๊ะ! ยังไง.....

อย่างไรก็ดี ก็ขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขมากๆ
ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกทันใช้
มีอะไรหนักนิดเบาหน่อยก็อย่าถือสากัน เมื่อคนหนึ่งร้อน
อีกคนหนึ่งต้องเย็นเข้าไว้นะจ๊ะ .......เอ
มันแหม่งๆยังไงไม่รู้หว่า..... เอาเป็นว่า สั้นๆนะ
ขอให้มีความสุขมาๆกทั้งคู่เลยจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และแล้วเราก็ได้กินเค็กตบท้ายหลังจากเมนูมาชแมโลว ว้าวๆๆๆๆ ช่างเป็นทริปเพิ่มน้ำหนักเสียนี่กระไรตอนกินเค้กเนี่ยะ
เราก็ได้เสียงขับกล่อมจากบรรดาชาวRFC ที่ได้ทุ่มเทเวลาฝึกฝนการร้องเพลงกันมาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น.....

 

พี่เปิ้ล : นักร้องสมัครเล่นที่พิสูจน์
์ความจริงของสุภาษิตจีนที่ว่า
หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนได้เป็นอย่างดี
เพราะนี่ขนาดผ่านกาลเวลามา
ระยะหนึ่งแล้ว
แรงม้าของพี่เปิ้ลยังดีไม่มีตกเลย
ลีลาการร้องยังไม่เท่าไร
แต่เมื่อได้แดนซ์ทีไร
เด็กๆได้อายทู๊กกกกกกกที
เพลงประจำตัว : กลับดึกที่พี่เปิ้ลร้องและเต้น
อย่างไม่ยั้งเสต็ป ยังตราตรึง
อยู่ในใจพวกเรานะคะ อิอิ

 

 

 

 

 

จะร้องเพลงให้โรสฟังจริงๆเหรอ

พี่โป้ง : สุรสีห์ที่คงคอนเซปต์จิ๊กโก๋อกหัก รักหัววัวคันไถเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ที่เมื่อจับไมค์ครั้งใดก็เป็นอันทำให้สาวๆกริ๊ดได้เป็นแถบๆ โดยเฉพาะสาวๆทริปนี้
ที่หวั่นไหวไปกับเสียงเพลงของพี่โป้งอย่างยากเกินจะถอน เพราะพี่โป้งเป็น
ผู้ชายคนเดียวในทริป ถ้าไม่นับรวมคนขับรถเลยต้องยกรางวัลนี้
ให้พี่โป้งไปครองอย่างใสๆ
เพลงประจำตัว : เน้นเพลงอกหักไว้ก่อน แต่ไม้ตายอยู่ที่เพลงหนุ่มบาวสาวปานที่จับคู่โก่งคอร้องกับต้อง ที่เมื่อดูเวลาร้องแล้วจะเหมือนเป็นวงบอยแบนด์ แต่เมื่อเวลาได้ฟัง จะพาลให้นึกว่าพี่ปานกับน้าแอ๊ดมาเอง

พี่ออฟ : เจ้าของเสียงใสซอฟท์ทว่าทรงพลัง นักร้องสมัครเล่นร่างเล็กที่ใครจะรู้ว่าเธอสามารถร้องเพลงได้อย่างไพเราะ
และต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งทำให้เราได้ประจักษ์ว่าตอนเด็กๆ เธอคงมีงานอดิเรกในการกินทั้งนกหวีด และถ่านอัลคาไลน์เป็นของว่าง
เพลงประจำตัว : ไม่มีเช่นกัน เพราะไม่ว่าเพลงอะไร อย่าได้ท้า......
จัดมา เดี๋ยวออฟจัดไป......

พี่นุช :เจ้าของฉายา เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ ด้วยเพราะเนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์
จนเราเกือบนึกไปว่า เราได้พาสุกัญญา มิเกล พี่ปุ๊ อัญชลี พี่ใหม่ เจริญปุระ
และพี่แอมเสาวลักษณ์มาร้องเพลงสดๆให้เราได้ฟังกัน
ขนาดโรสเองยังเกรงกลัวและต้องเข้าร่วมการฟังอย่างใกล้ชิด
เพื่อจับตาว่าที่คู่ต่อสู้ที่จะมาเขย่าบัลลังก์เจ้าแม่เพลงอีซี่ลิสเท็นนิ่งของตัวเอง
เพลงประจำตัว : มักจะโดนบังคับให้ร้องเพลงของบรรดานักร้องสาว
เสียงใหญ่ทั้งหลายเนื่องจากว่ามีฐานเสียงใกล้เคียงกัน แต่ใจจริง
ฝักใฝ่ที่จะเป็นแดนซ่งควีน เพราะเท่าทีจำได้คือ
คนที่ขอเพลงพูดอีกทีแล้วคว้าไมค์หมับเมื่อเพลงมา ก็คนนี้เลยล่ะ

 

 

ต้อง : นักร้องหน้าหยก พ่อโพระดกเสียงหวาน ขวัญใจชาวบ้านร้านตลาดที่เมื่อได้ฟังยังต้องปาดน้ำหมากไม่ให้กระจาย นักร้องสมัครเล่นท่าน
นี้มีความสามรถในการร้องเพลงสูง ไม่ว่าเพลงอะไร เก่าแค่ไหน ต้องของเราก็ฝ่าฟันมาหมดแล้ว ท่าไม้ตายคือ การร้องเพลงหันหลังให้คนดูเพื่อ
พรางว่าแท้ที่จริงแล้วต้องนั้นฝักใฝ่ฝ่ายใดกันแน่
เพลงประจำตัว : ไม่สามรถระบุได้ เพราะร้องได้ทุกเพลงที่ทั้งตัวเองและคนอื่นเลือก อุทยานเพลงเก่าต้องก็ไม่เคยสะท้านสะเทือน

 

 

 

 

 

 

ม้อด : สาวน้อยหน้าใสที่ หน้าเปลี่ยนสีได้
ตามระดับความมืดของแสง(จากแดงถึงแดงมาก)
น้อยหน่าก็ไม่เคยมีโอกาสฟังซีบร้าร้องเพลงมาก่อน
แต่แค่เท่าที่ได้ฟังแล้ว ก็เดาว่าหากเธอไม่เนียนแล้ว
เธอจะน่ามีลีลาการร้องการเล่นกีต้าร์น่ากลัวขนาดทำให้โรส นักร้องมืออาชีพยังต้องหยุดฟังและขอถ่ายรูปด้วย
เพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระทึก
เพลงประจำตัว : โดยมากฝักใฝ่เพลงต่างชาติ เวลาปกติ
องค์ซีบร้าจะลง แต่ในยามวิกาล องค์กวนอูจะประทับ
แล้วมักจะบังคับร่างทรงให้ร้องเพลงเวอร์ชั่นรีมิกซ์เนื้อร้อง
ด้วยปากเปล่า ทิ้งให้นักดนตรีเล่นไล่ตามเอาเอง

 

 

ต้อม : แม้จะดูเก้ๆกังๆในทีแรก และดูเหมือนจะร้องน้อยมาก
(ถ้าไม่โดนแรงผลักจากฝูงชนด้านล่าง ไม่รู้ว่า
เราจะได้มีโอกาสฟังต้อมร้องเพลงรึเปล่า) อย่างไรก็ดี
ก็ทำให้เรากลับนึกได้ว่าต้อมอาจจะไปฝึกซ้อมร้องมา ไม่มากก็น้อย
เพราะแค่การเป็นเพื่อนกับโรส ศิรินทิพย์ ไม่ได้หมายความว่า
ความสามรถในการร้องเพลงที่ดีอย่างที่ต้อมร้องนั้น จะออสโมซิส
มาได้ซักหน่อย เนอะ (ต้อมทำดีแล้ว และขอให้ทำดีต่อไปนะคะ :)
เพลงประจำตัว : คือได้ฟังอยู่เพลงเดียวคือก้อนหินกับนาฬิกา
ก็เอาเหอะนะ เนื่องจากหน้าตาดี เจ๊ให้อภัย.....อิอิ

 

พี่เบธ : นักร้องสมัครเล่นเจ้าเสน่ห์ เหมือนว่าพี่เบธจะมาเงียบๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
ความจริงที่เรารู้กันก็คือ เวลาพี่เบธทำอะไรอย่างจริงจัง พี่เบธจะดูน่ารักมาก.....
แต่ เอ่อ เรื่องร้องเพลงนั้น จริงจังไปเป่าพี่ เห็นกุมไมค์แน่นทีเดียวเชียว
(แต่ก็น่ารักอยู่ดีนะคะ)
เพลงประจำตัว : เน้นเพลงทั่วไปแต่นิยมร้องคู่กับพี่โป้งเพื่ออาศัยจังหวะหลบเสียง
แต่ก็จะแอบมีเสียงเล็ดรอดออกมาบ้าง คล้ายๆว่าเบื่อๆอยากๆร้องชอบกล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แจน : ดาวดวงใหม่ ที่ใครๆต่างจับตาด้วยเพราะหน้าตา
และรูปร่างที่ได้เปรียบกว่าใครๆ มองไปคล้ายๆป็อบไอดอล
แต่หากว่าแม้ได้ออกเทปแล้ว ทีมงานจะต้องดูดเสียงพูดของแจนออก
และพยายามไม่ให้แจน ให้สัมภาษณ์สด ด้วยกลัวว่าอาจจะ
ถูกจัดเรทอยู่ในกลุ่มเดียวกับพี่มัม และ เจิน เจิน ได้
แต่ไม่ว่าเมื่อไรที่ได้จับไมค์ร้องเพลงเนื้อเสียงชั้นเทพที่แท้จริง
ก็จะแอบเล็ดลอดออกมาให้เราได้ฟัง อย่างปิดไม่มิด
โอ้ พระเจ้าม้อด มันยอดมาก
เพลงประจำตัว : ใจจริงน่าจะเป็นคนที่ร้องเพลงได้หลากหลายเนื่องจาก
เป็นแฟนคลับของหลายท่านอยู่ หากแต่เมื่อต้องร้อง
จะเน้นร้องเพลงที่โชว์พลังเสียง แต่ต้องเน้นการร้องคู่เท่านั้น
เพราะเมื่อถึงท่อนเสียงร้องสูงจะใช้วิธีหลบเสียงส่งเดชแบบขอไปที
เพื่อให้ผ่านช่วงนั้นของเพลงไปให้ได้ แล้วค่อยไปทำเนียน
สมทบร้องเอาทีหลัง แต่หลังๆมานี่มักจะโดนยัดเยียดให้ร้องเพลงดูโอ
กับน้อยหน่า เช่น ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น ประมาณว่า แจนจะได้เบน
ความอายที่มีไปใส่ในการที่มีน้อยหน่าเป็นคู่ร้องแทนที่
ีจะไปอายไมค์

 

 

 

 

 

น้อยหน่า : บ้าเสมอ เมื่อเจอไมค์ จิตวิญญาณ จะเข้าสิงทันที
ไม่รู้ทำไมเมื่อเวลาที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
ได้สัมผัสกับไมโครโฟน เพราะจะทำให้เกิดอาการ
อยากออกลีลามากเป็นพิเศษ สำหรับนักร้องสมัครเล่นท่านนี้
ไม่มีท่าไม้ตายใดๆเป็นพิเศษ เพราะทุกๆท่วงท่าที่งัดออกมาใช้นั้น
ไม่สามารถจัดอยู่ในชั้นใดๆได้เลย เพราะเต้นได้อย่าง
เหนือจินตนาการมาก (กว่าคนปกติจะทำกันได้ คือ ไม่บ้าก็บ๊อง
ประมาณนั้น)
เพลงประจำตัว : ได้หมดเหมือนกัน ไม่ว่าเก่าใหม่ เพราะตอนเด็กๆ
แม่ชอบทิ้งเอาไว้ให้ดูทีวีคนเดียว เลยได้อิทธิพลจาก
การชอบฟังเพลงถ่ายทอดอยู่ในตัวเสมอ (อันนี้น้อยหน่าว่าจริงนะ
ไม่เชื่อลองไปถามเพื่อนๆที่ดูทีวีมากๆตอนเด็กๆดูสิ
จะได้รู้ว่าพวกเค้าน่ะมีความพิเศษในการจดจำรายการ
อะไรแปลกๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ อิอิ)

 

 

 

 

 

 

และ โรส-ซ่า เมกาแดนซ์ : (หรือนักร้องใหม่แกะกล่อง ที่ไปเปิดตัวครั้งแรกที่ปราณ เพื่อเป็นการโปรโมตอัลบั้มใต้ดินที่ออกวางแผงเพื่อเอาใจเฉพาะกลุ่มแฟนเพลงที่คลั่งไคล้การฟังเพลงแดนซ์แบบไม่ลืมหูลืมตา เธอมากับสไตล์เพลงแดนซ์รีมิกซ์ผสมผสานท่าเต้นที่เข้ากับยุคสมัย Bird-flu Super Fun หรือที่บรรดาสื่อต่างตั้งชื่อเรียกเป็นภาษาไทยอย่างเก๋ไก๋ว่า “ท่าเต้นไก่ลำเค็ญ”

แนวเพลงของโรส-ซ่า : คือการหยิบเอาเพลงเก่าในแนวแดนซ์กลับมาคัพเวอร์ (cover) ใหม่ โดยใส่ความเป็นตัวเองลงไป เพลงแนะนำในอัลบั้มนี้ ได้แก่ เพลงของซูเปอร์สตาร์สาวที่ก้าวสู่ระดับอินเตอร์ไปแล้ว ...ทาทา ยัง ซึ่งโรส-ซ่าได้หยิบเองทำนองเพลง อา-โบ-ดา-เบ กลับมาทำดนตรีใหม่ โดยดนตรีในเวอร์ชั่นของโรส-ซ่า จะเน้นเสียงแบบเสียงโพลีโฟนิค ที่มีบีทแรงมากๆ จนเผินๆฟังไม่ออก ว่าร้องว่าอย่างไรเพราะเสียงบีทจะดังกลบเสียงร้องจนหมดสิ้น

อย่างไรก็ดี แฟนๆไม่ต้องกลัวว่าเราจะหมดอารมณ์กลับเพลงไปเสียก่อน เนื่องจากว่า เมื่อใดที่โรส-ซ่าเห็นว่าแฟนๆเริ่มเบื่อหน่ายกับเสียงเพลงแล้ว โรส-ซ่าจะเปิดฉากลีลาแดนซ์ด้วย 12 กระบวนท่าไก่ลำเค็ญทันที ไม่ว่าจะกระพือปีก เขย่าปลายน่องทวนเข็มนาฬิกา ฯลฯ โรส-ซ่าเหมามาเอาใจแฟนๆทั้งสิ้น เห็นแนวทางเปิดตัวของโรส-ซ่าแล้ว เกรงว่า วงการดนตรีโลกจะต้องเข็ดขยาดกับกระแสของโรส-ซ่าหนักยิ่งกว่าครั้งไหนๆเป็นแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ดี เมื่อได้ฟังทั้งการร้องที่ดุเด็ดเผ็ดมันของโรส-ซ่า ผนวกกับลีลาการเต้นสะท้านใจมารดาแล้ว เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า
นักร้องแนวแดนซ์คนนี้จะกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแซงแถวพี่ติ๊นา ป๋าเจ หรือแม้แต่น้องมายด์ได้แน่ๆ (ด่วน จองบัตรคอนเสิ์รทน้องโรส-ซ่าวันนี้
แถมน้ำปลาดีอีกห้าขวด!!)

เท่าที่ได้ดูรายชื่อนักร้องสมัครเล่นที่ตบเท้าเข้ามาร้องเพลงขับกล่อมให้เราทุกคนได้ฟังกันในค่ำคืนแรกของทริปนั้น ก็บอกได้เลยทันทีว่า
ทริปแรกคืนนี้สนุกสนานมาก เพราะเราเองได้แลกเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความสนุกด้วยกันอย่างที่เราทุกคนเองก็ไม่คาดคิดว่า
เราจะได้สัมผัสจากประสบการ์ณครั้งไหนๆ ทั้งการที่ได้เห็นใครต่อใครที่เราไม่คาดฝันมาร่วมกันร้องเพลง เต้น และแบ่งปันเสียงหัวเราะร่วมกัน
ที่สำคัญ เราต่างงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้เห็นศิรินทิพย์ร้องเพลงเร็วพร้อมรีวิวประกอบเพลงที่ยากจะลืมเลือน

 

 

นอกจากนี้ ในอัลบั้มของสาวโรส-ซ่า ยังมีเพลงช้าๆ ฟังสบายๆ
อย่างเพลงก้อนหินกับนาฬิกา ที่เป็นการนำเอาเพลงเก่า
ของ พี่เบิร์ด ซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้าแห่งเมืองไทยมา
คัพเวอร์ใหม่อีกเช่นกัน โดยเป็นเพลงที่นักร้องสาวได้แสดงออก
ถึงความสามารถ ในการรร้องเพลงด้วยสำเนียงและลีลาเดียวกัน
กับนักร้องชื่อดังท่านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น น้าแอ๊ด คาราบาว,
พี่ป้อม อัสนีย์ เป็นต้น ถ้าหากใครๆได้หลับตาแล้วฟังเพลงนี้
เราจะได้รู้ว่าอัลบั้มนี้คุ้มกับราคาเป็นอันมาก เพราะนอกจะได้แดนซ์จน
อวัยวะภายในแทบกระจายออกมารับลมด้านนอกแล้ว
เรายังได้ฟังนักร้องชื่อดังตบเท้ากันมาร้องเพลงให้เราฟัง
อีกหลายท่านอีกด้วย สันนิษฐานว่า
ด้วยการร้องเลียนแบบนักร้องดังท่านอื่นๆนี่เองที่ทำให้นักร้องสาว
ต้องเลือกมาเปิดตัวไกลถึงปราณบุรี
เนื่องจากคดีละเมิดลิขสิทธ์ร้องเพลงเป็นเงาเสียงเหมือนนักร้อง
ต้นฉบับคนอื่นๆที่เธอกำลังหนีอยู่นั้น ยังไม่หมดอายุความ .....
โอ้ เธอช่างสมเป็นนักร้องที่มีชื่อเสีย(ง)เสียนี่กระไร

 

 

 

 

 

การเดินทางของค่ำคืนนี้มันช่างยาวนาน เสียนี่กะไร ... ไปต่อ หน้าต่อไป ดีกว่าจ้า